2016 MOTO GUZZI V9 Bobber ltaliano Bobber สวยเด็ด

2016 MOTO GUZZI V9 Bobber ltaliano Bobber สวยเด็ดการออกแบบเครื่องยนต์ของ MOTO GUZZI จะเน้นอารมณ์ที่มาจากขุมพลังของอากาศยาน ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ V-Twin ของค่ายนี้ต่างไปจาก V-Twin ของแบรนด์อื่นๆตัวเครื่องยนต์เป็นแบบเบ็นซิน 4 จังหวะ 2 ลูกสูบ โดยแนวขึ้น/ลงของลูกสูบจะอยู่ด้านหน้าหัวเข่าคนขี่ทั้ง 2 ข้าง ขนาดความจุสุทธิ 853 ซีซี กระบอกสูบ X ระยะชัก เท่ากับ 84 X 77 มม. มีกำลังอัดเครื่องยนต์ 10.0 : 1 ใช้วาล์วจำนวน 2 ชุด / 1 ห้องเผาไหม้ จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีดอิเล็คทรอนิคส์ ชุดกียร์แบบธรรมดา 6 สปีด ระบบคลัทช์เป็นแบบเปียกสั่งงานด้วยสลายสลิง หน้าที่การขับเคลื่อนตกเป็นของชุดเพลาขับที่ถือเป็นการพัฒนาระดับสูงสุดของอิตาลี ทางเดินท่อไอเสียจนถึงปลายท่อเป็นแบบ 2-1-2 ให้สำเนียงเงียบๆ เพื่อดื่มด่ำกับสุนทรีแห่งการขับขี่มากกว่าการเสพเรื่องของแรงม้า

เครื่องยนต์รุ่นนี้พกม้ามาทั้งหมด 55 ตัว ที่รอบเครื่อง 6,250 รอบ/นาที สร้างแรงบิดสูงสุดได้ 62 นิวตัน-เมตร ที่ 3,000 รอบ/นาที ความเร็วสูงสุดแม้จะไม่มีรายงานอย่างชัดเจน แต่อย่างน้อย 180 ต้องมีในมือแน่ๆ มิติตัวรถของ V9 Bobber มีขนาดความกว้าง / ยาว/สูงเท่ากับ 892/2,124/1,110 มม. การแต่งBobber สิ่งสำคัญก็คือการเลือกใช้ยางใหญ่ๆ ด้วยเหตุนี้ทางต้นสังกัดอย่าง MOTO GUZZI ก็เลยจัดยางมาให้แก้มโตมาประจำรุ่นนี้ เป็นยางหน้าขนาด 100/90 19 นิ้ว ยางหลัง 150/80-16 นิ้ว เจอยางชุดนนี้เข้าไปคำว่า Bobber เริ่มปรากฏให้เห็นแล้วนิดๆใช่ไหมล่ะครับ คันนี้ก็เป็นคันที่สวยในระดับหนึ่งเลยก็ว่าได้ครับ

Continue Reading

2016 HUSQVARNA FE 250 Dirt Raider เอนดูโร่ ตัวหล่อจากออสเตรีย

2016 HUSQVARNA FE 250 Dirt Raider เอนดูโร่ ตัวหล่อจากออสเตรียมาถึงผู้ผลิตที่นิยมสร้างแต่รถสูตรทางฝุ่นอย่าง HUSQVARNA ครั้งนี้เป็นการดึงเอาตัวลุยแนวเอนดูโร่ที่น่าสนใจอย่าง FE 250 ตัวรถอาจจะดูธรรมดาไปหน่อยสำหรับคนที่ไม่นิยมลุยฝุ่น แต่ถ้าได้ทำความรู้จักกับมัน จะรู้เลยว่า FE 250 ก็มีดีไม่ต่างไปจากกระสวยอวกาศ มีการใช้ทั้งวัสดุและเทคโนโลยีที่สุดโมเดิร์น

HUSQVARNA ถือกำเนิดในประเทศสวีเดนเมื่อปี ค.ศ. 1903 สำนักงานใหญ่อยู่ในออสเตรีย ยุคแรกๆ ต่อมาก็หันมาผลิตรถลุยอ๊อฟโรดหรือรถวิบากเป็นหลัก ทุกวันนี้ HUSQVARNA ก็ยังคงเดินหน้าสร้างรถลุยทางฝุ่นออกมาอยู่เรื่อยๆ แม้จะมีการเปลี่ยนมือผู้บริหารไปแล้วหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ยังคงใช้ชื่อ HUSQVARNA เช่นเดิม

สำหรับFE 250 ที่เอามาแนะนำนี้ถือเป็นตัวเด็ดที่ถูกสร้างออกมาเพื่อขี่ลุยสไตล์เอนดูโร่มันสามารถบุกตะลุยได้เกือบจะทุกสภาพภูมิประเทศ มีชิ้นงานบอดี้พาร์ทอยู่ทั้งหมด 17 ชิ้น เริ่มตั้งแต่ การ์ดแกนช็อคอับหน้า บังโคลนหน้า หน้ากาก การ์ดแฮนด์ ถังน้ำมันเชื้อเพลิง ปีกหม้อน้ำ เบาะนั่ง แป้นเบอร์ด้านข้าง บังโคลนหลัง

เครื่องยนต์ 4 จังหวะ สูบเดี่ยวความจุ 249.91 ซีซี กระบอกสูบ X ระยะชัก เท่ากับ 78 X 52.3 มม. จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดอิเล็คทรอนิคส์ ชุดเกียร์ธรรมดา 6 สปีด คลัทช์แบบเปียกสั่งงานด้วยแรงดันไฮดรอลิค สตาร์ทเครื่องยนต์ด้วยระบบไฟฟ้า ขับเคลื่อนด้วยชุดโซ่และสเตอร์ รถเอนดูโร่จะต่างจากโมโตครอสตรงที่จะเน้นเรื่องความเร็วมากกว่าแรงบิดสูงๆ ทั้งนี้ก็เพื่อทำความเร็วเพราะในการแข่งเอนดูโร่จะมีทางวิ่งยางๆ ให้ได้เปิดคันเร่ง ประกอบกับสภาพเส้นทางจะไม่เน้นเนินสูงมากๆ เหมือนแข่งโมโตครอสนั้นเอง

Continue Reading

2016 HARLEY-DAVIDSON Touring Electra Glide Ultra Classic

2016 HARLEY-DAVIDSON Touring Electra Glide Ultra Classicใครกำลังมองหารถเดินทางในระดับ Exclusive อยู่ล่ะก็ ต้องนี่เลยครับ มันคือรถเดินทางสุดหล่อสัญชาติ อเมริกันในตระกูล Electra Glide Ultra Classic พิเศษกว่าด้วยกระเป๋าหลังและกระเป๋าด้านข้าง เรียกว่ารับมือกับสมภาระเดินทางระยะไกลๆ ได้สบาย เครื่องยนต์ก็ถือว่าเป็นรุ่นที่พัฒนาสูงสุด ขนาดความจุมากถึง 103 คิวบิค-นิ้ว จะเท่ากับที่ CC. ตามมาเลยเดี๋ยวจะได้รู้ไปพร้อมๆกัน

ถ้าจะถามเรื่องความแรงกับ HARLEY-DAVIDSON คำตอบที่จะได้รับก็คือ วิ่งจมไมล์ คนที่เคยขี่จะรู้ดีว่า หลักความเร็วสุดท้ายบนหน้าปัดก็คือ 120 ไมล์/ชม เท่ากับความเร็ว 199.2 กิโลเมตร/ชม. รถจะสามารถเดินทางไปถึงได้ในชั่วอัดใจเท่านั้น และมันจะมุ่งไปข้างหน้าโดยไม่สนใจว่าจะมีน้ำหนักตัวมากขนาดไหนหรือจะดัดแปลงรถให้ไปในทิศทางใด ต่างๆจากรถสัญชาติอื่นๆ ที่โดยส่วนมากจะเหลือพื้นที่อันเป็นฐานที่เข้าใจได้ว่า เข็มจะไม่สามารถวาดไปได้ถึง

Electra Glide Ultra Classic คันนี้ใช้เครื่องยนต์เบ็นซิน 4 จังหวะ 2 ลูกสูบ V-Twin ระบายความร้อนด้วยอากาศและยังมีออยล์คูลเลอร์รีดไอร้อนจากน้ำมันเครื่องอีกด้วย การกดวาล์วเป็นแบบก้านกระทุ้ง ขนาดความจุสุทธิของเครื่องยนต์ 1,690 ซีซี คิดแบบอเมริกัน คือ 103 คิวบิค – นิ้ว ตัวเครื่องเป็น Twin Cam ซึ่งทำความเร็วและยังมีอัตราเร่งชนิ ด่วนจี้ ชุดเกียร์เป็นแบบธรรมดา 6 สปีด ช่วยให้อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันลดลงไปได้มากกว่าแบบ 5 สปีด คลัทช์แบบเปียกสั่งงานด้วยสายลลิง ใช้สายพานขับกำลังจากเครื่องยนต์มาชนที่ชุดเกียร์ ระบบถือว่าโอเคมากเลยครับกับเจ้าตัวนี้

Continue Reading

2016 Dark Force The Power of Dark

2016 Dark Force The Power of Darkแค่เห็นรถกับชื่อรุ่นก็รู้เลยว่านี่คือรถที่ออกแบบมาเพื่อใคร? และใช้แนวคิดจากภาพยนตร์เรื่องไหน? URAL คือผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์จากประเทศรัสเซียหรือสหภาพโซเวียดในครั้งอดีต มีต้นแบบการสร้างรถมาจาก BMW ในยุคนั้นไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์หรือส่วนต่างๆ ของรถ มันถูกโคลนนิ่งมาทั้งหมดเพื่อปรับปรุงให้กองทัพมียานยนต์ที่สามารถเคลื่อนที่ได้รวดเร็วที่สุดในทุกสภาพเส้นทาง Dark Force คันนี้ใช้เครื่องยนต์ Boxer Twin 749 ซีซี ขนาดกระบอกสูบ X ระยะชักเท่ากับ 78X78 มม. กำลังอัดเครื่องยนต์ 8.6 : 1 แม้จะเป็นเครื่องยนต์ที่มีกำลังอัดไม่มาก แต่มันก็มีข้อดีตรงที่ความร้อนสะสมจะไม่มากเกินไปสำหรับการระบายความร้อน

จ่ายน้ำมันด้วยหัวฉีดอิเล็คทรอนิคส์ ระบบเกียร์เป็นแบบธรรมดา 4 สปีด เดินหน้า และ 1 สปีด ถอยหลัง การสตาร์ทเครื่องยนต์สามารถใช้ระบบไฟฟ้าและสตาร์ทเท้าได้ 2 ระบบ คลัทช์ชนิดแห้งสั่งงานด้วยสายสลิง แต่ไม่ส่งเสียงดังเหมือนรถอิตาลีนะครับ ที่บอกว่าแห้งเนี่ยมันเป็นทำงานโดยไม่ใช้แผ่นคลัทช์แช่ในน้ำมันเครื่อง โดยเป็นระบบแบบเก่าของรถในยุคนั้น ใช้วาล์วจำนวน 2 ชุด ต่อ 1 ห้องเผาไหม้ ขับเคลื่อนด้วยเพลาขับ มีแรงม้าสูงสุดอยู่ 41 ตัว ที่รอบเครื่องยนต์ ตัวเครื่องเองก็มีสี เพียงแต่เป็นสีดำด้านชนิดทนความร้อนรวมถึงท่อไอเสียอีกด้วย ไฟหน้าเป็นแบบจอกลม กะโหลกไฟเป็นที่ตั้งของเรือนไมล์ไปในตัว แฮนด์บังคับแบบ T-Bar จับยึดกับแผงคอด้วยตุ๊กตาแฮนด์ ถังน้ำมันเป็นทรงมาตรฐานของ URAL ความจุ 22 ลิตร เบาะนั่งแบบใบเดียว ไม่เล่นอะไรมากแต่เน้นความนิ่มนวลเป็นหลักเลยก็ว่าได้ครับ

Continue Reading